คลังเก็บหมวดหมู่: เกร็ดความรู้

พริกไทย…ราชาแห่งเครื่องเทศ

พริกไทย…ราชาแห่งเครื่องเทศ

ถ้าหากให้พูดถึงเครื่องเทศที่ให้ความเผ็ดร้อน เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึง พริกไทย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ให้ความเผ็ดร้อนที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน เนื่องจากอาหารไทยมากมายหลายชนิดที่มีพริกไทยเป็นส่วนประกอบ ยกตัวอย่างเช่น ผัดฉ่า แกงเลียง หรือไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มก็ยังต้องโรยพริกไทยปนเพื่อเพิ่มความหอมให้อาหาร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าพริกไทยนั้นมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง

ด้านอาหาร

เป็นที่รู้ดีกันอยู่แล้วว่า พริกไทยนั้นช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน และความเผ็ดร้อนของพริกไทยนั้นทำให้อาหารจานนั้นดูโนเด่นเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ผัดฉ่า เอกลักษณ์ของมันคือความเผ็ดที่เร่าร้อนผสมกับกลิ่นของพริกไทยที่ต้องเป็นจุดเด่นให้อาหารจานนี้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น หรือไม่ว่าจะเป็นผัดทอดกระเทียมพริกไทย เป็นเมนูยอดฮิตของใครหลายคนเลยทีเดียว การที่นำพริกไทยมาเป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นทำให้อาหารมีคุณค่าทางโภชนาการขึ้นมา เพราะพริกไทยเมื่อทานเข้าไปจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและความเผ็ดร้อนของพริกไทยยังช่วยเร่งการเผาผลาญให้ร่างกายของเราอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ทั้งความอร่อยและให้ประโยชน์กันเลยทีเดียว

ด้านร่างกาย

เป็นที่แน่นอนว่าพริกไทยนั้นมีความเผ็ดเร่าร้อน และสารที่ทำให้พริกไทยมีความเผ็ดเร่าร้อนนั้นมีชื่อที่เรียกว่า พิเพอรีน (Piperine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายนั้นทำงานมากขึ้น สารชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยออกมาย่อยแป้ง ไขมันและโปรตีน และยังช่วยในการเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆเช่น วิตามินบี เป็นต้น จะเห็นได้ว่าพริกไทยนั้นช่วยในการเผาผลาญจึงเหมาะมากกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ที่จะรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของพริกไทยเข้าไปด้วย

ด้านการบรรเทารักษาโรคหวัด

พริกไทยเป็นสมุนไพรที่เด่นในเรื่องของการช่วยขับเสมหะ ขับน้ำมูก และขับสารพิษออกจากร่างกาย หากใครก็ตามที่มีอาหารเหล่านี้เรียกได้ว่าพริกไทยนั้นถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยก็ว่าได้ หรือหากใครที่เป็นหวัดมีน้ำมูก รองทำอาหารรสชาติอ่อนๆร้อนๆแล้วโรยพริกไทยใส่ไปนิดหน่อย รับรองว่าอาการหวัดของคุณที่เป็นอยู่อาจจะดีขึ้นมาเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้ว่าพริกไทยนั้นมีสรรพคุณมากมายคนไทยสมัยก่อนจึงเลือกพริกไทยเป็นส่วนประกอบของอาหาร เพราะกินแล้วยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้อีกด้วย

จากบทความที่ได้กล่าวมานั้น

สมุนไพรที่เราเรียกกันว่าพริกไทยมีคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างทั้งด้านอาหาร ด้านร่างกาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโทษอะไรเลย เพราะทุกอย่างบนโลกนี้มีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน ดังนั้นการรับประทานพริกไทยมากเกินไปก็ให้โทษแก่ร่างกายของเราได้เช่นกัน เนื่องจากพริกไทยมีสารที่ชื่อว่า สารอัลคาลอยด์ ซึ่งสสารตัวนี้หากได้รับเข้าร่างกายมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายคือ เสี่ยงเป็นมะเร็งได้เช่นกัน และเนื่องจากรสชาติที่เผ็ดร้อนที่พริกไทยนั้น ถ้าหากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้มีผลกระทบเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เพราะฉะนั้นควรรับประทานทุกอย่างที่พอดีไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปเพื่อสุขภาพที่ดี

วิธีพลิกปากดำให้อมชมพูระเรื่อ น่าจุ๊บเป็นที่สุด

วิธีพลิกปากดำให้อมชมพูระเรื่อ น่าจุ๊บเป็นที่สุด

ปัญหาเรื่องริมฝีปากดำก็เป็นเรื่องที่ทำให้เสียความมั่นใจได้เช่นกัน ซึ่งบางคนอาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ บางคนก็แพ้บุหรี่แพ้เครื่องสำอางและการดื่มคาเฟอีนมากๆ ก็มีส่วนทำให้ริมฝีปากดำได้เช่นกัน และยังมีสาเหตุอีกร้อยพันแปดที่มีความเป็นไปได้ในการทำให้ริมฝีปากดำ ซึ่งเป็นปัญหาในการทาลิปสติกเพราะสีที่ทาออกมาจะไม่ตรงกับเบสสีเป๊ะๆ และหากวันไหนไม่ทาลิป ริมฝีปากก็จะคำคล้ำทำให้เสียความมั่นใจ วันนี้จึงมีวิธีแก้ไขปากดำให้กลับมาสวยอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งด้วยวิธีง่ายๆ หาได้จากวัตถุดิบใกล้ตัว

1. สครับมะนาวโรยน้ำตาล
บางครั้งที่ริมฝีปากดำเป็นเพราะไม่เคยขจัดเซลล์ผิวเก่าออก ดังนั้นลองใช้มะนาวหั่นซีกบางๆ โรยน้ำตาลเล็กน้อยจากนั้นนำมาถูกบริเวณริมฝีปากทิ้งไว้สัก 5 นาทีทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็จะทำให้ริมฝีปากค่อยๆ ใสชมพูระเรือขึ้นดูธรรมชาติไม่ดำคล้ำเหมือนเก่า

2. ดอกกุหลาบกับน้ำผึ้ง
รู้หรือไม่ว่ากลีบดอกกุหลาบนั้นเต็มไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิดที่ช่วยในเรื่องความสวยความงามได้ ดังนั้นหากอยากฟื้นฟูริมฝีปากให้กลับมาสวยอมชมพูอีกครั้ง ให้นำน้ำดอกกุหลาบ 1 หยดผสมกับน้ำผึ้ง 1 หยด นำมาทาริมฝีปากเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงให้ริมฝีปากเนียนนุ่มไม่ดำคล้ำ ซึ่งสามารถใช้แทนลิปบาลม์ในตอนกลางคืนได้เลย ตื่นมาริมฝีปากสวยอวบอิ่มน่าจุ๊บ

3. น้ำแตงกวาช่วยบำรุงริมฝีปาก
แตงกวานั้นนอกจากช่วยสมานผิวและทำให้อิ่มท้องแล้วยังแก้เรื่องริมฝีปากดำคล้ำได้ด้วย ให้นำน้ำแตงกวาที่คั้นสดไปแช่ให้เย็น แล้วนำมาทาลงบนริมฝีปากทิ้งไว้สัก 30 นาทีค่อยล้างออก ให้ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 1 เดือน ก็จะช่วยฟื้นฟูริมฝีปากที่คล้ำเสียให้กลับมาดูสดใสอมชมพูธรรมชาติ

4. สครับน้ำแอปเปิลไซเดอร์
เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยเรื่องริมฝีปากได้ หากมีอยู่แล้วในครัวก็ให้นำมาใช้โดยด่วนเพราะน้ำแอปเปิลไซเดอร์มีสรรพคุณช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวได้ ดังนั้นเมื่อนำน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วใช้คัดตอนบัตจุ่มให้ชุ่มแล้วนำมาทาลงบนริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีหรือทิ้งไว้ให้แห้งก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งในน้ำแอปเปิลไซเดอร์นั้นมีกรด AHA สูงมากจึงช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าออกได้ เมื่อใช้เป็นประจำทุกวันผิวที่ริมฝีปากก็จะนุ่มชุ่มชื่นไม่ดำคล้ำอีกต่อไป เผยผิวใหม่ให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีอมชมนิดๆ

คำทักทายน่ารู้จาก 18 ประเทศ

รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม.. กับคำทักทายที่ไม่ต้องเขินกับการคุยหรือตอบกับชาวต่างชาติอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มภาษาอาเซี่ยนเพื่อนบ้านของเราที่ต้องคุยกัน โดยวันนี้มีคำง่ายๆ เช่น คำว่า สวัสดี – ขอโทษ – ขอบคุณ – ลาก่อน – โชคดี ของ 18 ประเทศ ดังต่อไปนี้

รูปภาพคนคุยกัน
ขอบคุณภาพจาก noonswoonapp.com

1. สวัสดี

สิงคโปร์ : hi, Hello ไฮ, เฮลโล่

มาเลเซีย : Selamat pagi ซาลามัต ปาฆี

อินโดนีเซีย : Selamat pagi ซาลามัต ปากี

ฟิลิปปินส์ : Kumusta / Poh กูมูสตา / โพ

บรูไน : Selamat pagiซาลามัต ปาฆี

เวียดนาม : Xin Chao ซิน จ่าว

ลาว : สะบายดี

เมียนมาร์ : มิงกะลาบา

กัมพูชา : ซัวซะได

จีน : หนี ห่าว

ญี่ปุ่น : Ohayou Gosaimasu โอไฮโย โกไซมัส

เกาหลี : Ahnyeong Haseyo อันยอง ฮาเซโย

สเปน : Hola โอล่า

เยอรมัน : Hallo ฮาโหล

อิตาเลียน : Buon Giorno บวน จอร์โน

ฝรั่งเศส : Bonjour บง ชูร์

รัสเซีย : Zdrahst Vooy Teh ซดราฟส์ วุย ติ

โครเอเชียน : Bok บ็อก

————————————————————————————————————

2. ขอโทษ

สิงคโปร์ : Sorry ซอรี่

มาเลเซีย : Minta maaf มินตา อาอัฟ

อินโดนีเซีย : Permisi เปอร์มิซี่

ฟิลิปปินส์ : lpagpaumanhin ninyo ako อิปางมาอูมานฮิน นินโย อาโค

บรูไน : Minta maaf มินตา อาอัฟ

เวียดนาม : Xin Loi ซิน โหละโอ๊ย

ลาว : ขอโทดหลาย

เมียนมาร์ : ตองป่าน

กัมพูชา : โซมโตรส

จีน : ตุ้ย ปู้ ฉี่

ญี่ปุ่น : Gomennasai โกเมงนาไซ

เกาหลี : Mian hamnida มีอัน ฮามนิดะ

สเปน : Me perdona เม แปร์ดอนน่า

เยอรมัน : Entschuldigung เอนชู๊ลดิกุง

อิตาเลียน : Scusa สคูซ่า

ฝรั่งเศส : Pardon ปาร์ดง

————————————————————————————————————

5. ขอบคุณ

สิงคโปร์ : Thank you แธ้งค กิ้ว

มาเลเซีย : Terima Kasih เตอรีมา กาซิฮ์

อินโดนีเซีย : Terima Kasih เตอรีมา กาซิฮ์

ฟิลิปปินส์ : Slamat poh วาลามัต โพ

บรูไน : Terima Kasih เตอรีมา กาซิฮ์

เวียดนาม : Cam On ก่าม เอิน

ลาว : ขอบใจหลาย

เมียนมาร์ : เจซูนตินบ่าแด่

กัมพูชา : ออกุน

จีน : เซี่ย เซี่ย

ญี่ปุ่น : Arigato อะริงาโตะ

เกาหลี : Gamsa hamnida กามซา ฮามนิดะ

สเปน : Gracias กราซีอัส

เยอรมัน : Danke ดังเค่อะ

อิตาเลียน : Grazie กราสเซียะ

ฝรั่งเศส : Merci แมร์ซี่

รัสเซีย : Spahsiba สปาชิบ้า

โครเอเชียน : Hvala ฮวาลา

————————————————————————————————————

6. ลาก่อน

สิงคโปร์ : Good bye กุด บาย

มาเลเซีย : Selamat Tinggal ซาลามัต ตีงา

อินโดนีเซีย : Selamat Tinggal ซาลามัต ติงกาล

ฟิลิปปินส์ : Paalam ปาอาลัม

บรูไน : Selamat Tinggal ซาลามัต ตีงา

เวียดนาม : Tam Biet ต๋าม เบียด

ลาว : ลาก่อน

เมียนมาร์ : ชิดคิ่นตะตี้ยะชินนิ้นอะตู่

กัมพูชา : ตะเรกออนาด

จีน : ไจ้ เจี้ยน

ญี่ปุ่น : Sayonara ซาโยนาระ

เกาหลี : Ahn Yong ikan seoyo อานยองงิ กาเซโย

สเปน : Adiós อะดิโอส

เยอรมัน : Wiedersehen วีเดอร์เซน

อิตาเลียน : Arrivederci อาริเวเดร์ชิ

ฝรั่งเศส : Au revoir โอ เฮรอวัวร์

รัสเซีย : Dasvidan ye ดาสวิ ดาเนีย

โครเอเชียน : doviđenja โดวีเจวนดา

————————————————————————————————————

7.โชคดี

สิงคโปร์ : Good Luck กู๊ด ลัค

มาเลเซีย : Nasib baik นาซิบ บาอิก

อินโดนีเซีย : Salamat jalan เซอละมัต จะลัน

ฟิลิปปินส์ : Mapalad มาพาลาด

บรูไน : Nasib baik นาซิบ บาอิก

เวียดนาม : แขว่ แหม่ง, ไมย หมัน

ลาว : โซกดีเด้อ

เมียนมาร์ : กานกอง

กัมพูชา : ส่อมนางลออ

จีน : จู้ หนี่ ห่าว ยุ่น

ญี่ปุ่น : kooun/un ga ii โคโออัน/อันกาอี้

เกาหลี : แฮงอูนี เนโย

สเปน : Buenas suerte บูเอนาส ซูเอร์เต้

เยอรมัน : Viel Glück เฟี ย กลืค

อิตาเลียน : Buona fortuna บอนา ฟูตูนา

ฝรั่งเศส : Bonne chance บอน ชองซ์

รัสเซีย : Всего хорошего ฝสิโว ฮาโรชีวา

 


 

เป็นยังไงกันบ้างครับทุกคนได้ความรู้กันบ้างหรือเปล่า แค่นี้ก็จะได้เริ่มพูดคุยกับชาวต่างชาติกันได้เเล้ว  ขอขอบคุณบทความดีๆจากเว็บ teen.mthai.com

 

เทคนิคการสร้างความชุ่มชื่นระหว่างอาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำบำรุงผิว

เทคนิคการสร้างความชุ่มชื่นระหว่างอาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำบำรุงผิว

มีบางสิ่งบางอย่างเพื่อปลอบโยนเกี่ยวกับน้ำอุ่นที่ดีกับแชมพูผมของคุณทั้งหมดเคลือบและอุดมไปด้วยครีมอาบน้ำที่คุณชื่นชอบน้ำตกผ่อนคลายของน้ำและห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไอน้ำ จากนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่น้ำจะดับลงและไอน้ำก็ยกตัวขึ้นซึ่งเป็นรูที่ปิดรูขุมขนของคุณและผิวคุณรู้สึกตึงเครียดและน่าสังเวช วิธีการบางสิ่งบางอย่างที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้ผิวของคุณรู้สึกแย่มาก ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้คุณจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการอาบน้ำที่แห้งและกร้านอีกครั้ง ใช้น้ำอุ่นไม่ร้อนน้ำในห้องอาบน้ำ น้ำร้อนช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้นซึ่งทำให้รู้สึกแห้งและตึง การลดอุณหภูมิลงไม่กี่องศายังช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การอาบน้ำแบบเดียวกันด้วยความสุขสบาย

ทา moisturizer ใบหน้าทันทีหลังจากที่ก้าวออกจากห้องอาบน้ำ

เนื่องจากฝักบัวไอน้ำและน้ำอุ่นบนฝักบัวเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ไอน้ำทำให้รูขุมขนเปิดขึ้นเพื่อให้ผิวหนังสามารถรับรู้ถึงส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่นได้ดีขึ้น ถ้าผิวของคุณแห้งสนิทให้เก็บมอยเจอร์ไรเซอร์ใบหน้าตามปกติไว้ในภายหลังและใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่หนักขึ้นหลังจากที่คุณก้าวออกจากห้องอาบน้ำ อย่าเปิดประตูห้องน้ำและปล่อยให้ไอน้ำกระจายไปจนกว่าคุณจะได้ซึมซับครีมให้ความชุ่มชื่น เมื่อไอน้ำหมดไปรูขุมขนจะปิดสนิทและครีมมีโอกาสที่จะเข้าถึงชั้นผิวหนังที่ลึกขึ้น

ถ้าคุณต้องการใช้ครีมอาบน้ำกับผิวกายของคุณขณะอยู่ในห้องอาบน้ำ

ให้มองหาครีมอาบน้ำใบหน้าที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ในขณะที่น้ำยาล้างใบหน้าหมายถึงการขจัดน้ำมันและไขมันคุณไม่ต้องการให้พวกเขาขโมยความชุ่มชื่นของผิวคุณทั้งหมด ด้วยน้ำและอุณหภูมิที่ทำงานกับคุณคุณจำเป็นต้องเก็บของให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และครีมอาบน้ำใบหน้าที่มีความชุ่มชื่นสามารถช่วยให้ความนุ่มนวลนิดหน่อย ใช้ครีมอาบน้ำธรรมชาติหรืออินทรีย์ ผลิตภัณฑ์อาบน้ำธรรมชาติไม่มีสารเคมีในการทำแห้งเช่นซัลเฟตพาราเบนและแอลกอฮอล์ดังนั้นผิวจึงได้รับความชุ่มชื้นของผลิตภัณฑ์และยังคงรักษาได้อีกด้วย ในขณะที่คุณอยู่ในนั้นให้พิจารณาเปลี่ยนไปใช้ moisturizers ธรรมชาติแชมพูผมและครีมอาบน้ำใบหน้าด้วย ลดระยะเวลาที่คุณอยู่ใต้น้ำ แม้ว่าคุณจะใช้น้ำอุ่นที่สร้างความเสียหายน้อยลงความจริงก็คือน้ำยังไม่ได้เป็นเพื่อนกับผิวของคุณ ใช้เวลาน้อยลงในการฉีดพ่นให้ดีขึ้นเนื่องจากผิวของคุณจะไม่เสียเวลา คุณสามารถเพิ่มเวลาอาบน้ำของคุณโดยใช้แชมพูและเครื่องปรับอากาศผมก่อนดังนั้นพวกเขาจึงมีเวลาที่จะนั่งและทำงานก่อนที่เวลาในการล้างออก

เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมแตงกวาบางลูกถึงขม?? เรามีคำตอบ

เคยสงสัยเหมือนกันไหมว่าทำไมแตงกวาบางลูกถึงขม เคยถามคนที่รู้คำตอบที่ได้ส่วนมากก็จะบอกว่าเพราะ งูเลื้อยผ่านต้นหรือลูกแตงกวามันเลยขม มันจะจริงหรือไม่ เราไปหาคำตอบกันเลย….

แตงกวาคือผักชนิดหนึ่งที่คนทั่วโลกเลือกที่จำนำมารับประทานหรือนำมาประกอบการทำอาหาร เพราะรับประทานง่าย และ หาได้ทั่วไป และจากการศึกษาส่วนประกอบของแตงกวาพบว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เเตงกวาขมก็คือ การที่แตงกวาลูกนั้นได้รับน้ำน้อยเกินไปจนส่งผลให้ความเข้มข้นของสาร Toxin Cucurbitacin ในผลแตงกวาสูงกว่าปกติ ทำให้แตงขมได้หรือ แตงกวานั้นถูกเก็บไว้นานเกินไปกว่าจะนำมารับประทาน ทั้งสองกรณนี้จะทำแตงผลิตสาร Toxin Cucurbitacin ออกมามากกว่าปกติ เป็นสาเหตุทำให้แตงกวามีรสขมนั่นเอง

รูปแตงกวา
ขอบคุณภาพจาก เกร็ดความรู้.net

สาร Toxin Cucurbitacin นี้ ไม่ได้มีอยู่ในแตงกวาเท่านั้น แต่มีอยู่ในพืชตระกูลแตงหลายชนิด เช่น แตงกวา แตงร้าน และบวบ เป็นต้น

รูปภาพโครงสร้างทางเคมีของสาร Toxin Cucurbitacin
ภาพ โครงสร้างทางเคมีของสาร Toxin Cucurbitacin
ขอบคุณภาพจาก เกร็ดความรู้.net

มาถึงตรงนี้คงได้คำตอบกันเเล้วนะว่าทำไมแตงกว่าถึงขม  เพราะสารToxin Cucurbitacin นี้ในตัวแตงกว่าสร้างขึ้นมาเอง โดยไม่เกียวกับการเลื้อยผ่านของงูเลย

รูปภาพงูเลื้อย
งูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่แตงกว่าขม ขอบคุณภาพจาก gurubaan.com

โดยเกษตรกรสามาลดผลกระทบของสาร Toxin Cucurbitacin นี้ได้โดยการให้น้ำอย่างเพียงพอเเละคอยดูแลกิ่งตัดแต่งกิ่งเป็นประจำและต้นอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนผู้บริโภค ซื้อแตงกวามาก็ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป เพราะสาร Toxin Cucurbitacin ตัวนี้เพิ่มขึ้นเลื่อยๆตามเวลาที่เก็บไว้นับตั้งแต่เก็บมาจากต้น แค่นี้ก็จะได้รับประทานแตงกวาที่ไม่ขมอีกต่อไปแล้ว

 

ขอบคุณบทความดีๆจากเว็บ www.เกร็ดความรู้.net

 

ปะการังเทียม คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ปะการัง (Coral, Reef) เป็นสัตว์ทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีรูปแบบการจับกลุ่มที่แตกต่างกันออกไปในแต่สายพันธุ์ เช่น ปะการังสมอ ปะการังดาว ปะการังเขากวาง และอื่น ๆ และในปัจจุบันมีการทำลายปะการังจากนักท่องเที่ยวฝีมือมนุษย์หรือถูกทำลายจากธรรมชาติไปมากขึ้นทุกปี เช่นการ ดำน้ำที่ไม่ถูกวิธี การทำประมง หรือเกิดจากปัจจัยอื่นๆ จนทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาวจนตายลง การตายของปะการังส่งผลกระทบต่อการสืบพันธุ์ของสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในเเนวปะการังเพื่องวางไข่ หาอาหาร และดูแลตัวอ่อน เนื่องด้วยเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะสร้างปะการังเทียม

 

 

ปะการังเทียม (Artificial Reef) คือ การสร้างที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ทะเล (บางคนเรียกการทำปาการังเทียมง่ายๆว่าบ้านปลา) โดยใช้วัสดุที่คงทนและแข็งแรงต่อกระแสน้ำเอาลงไปไว้ในน้ำ เพื่อให้เป็นที่อยู๋อาศัย หลบภัย หาอาหาร หรือวางไข่ เหมือนเป็นการจำลองภาพการเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ตามเเนวปะการัง โดยการใช้ของที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยก่อนการสร้างประกาลังเทียมนี้ต้องทำลายสภาพแวดล้อมเดิมออกก่อนด้วย

 

สิ่งของที่นิยมเอามาใช้เป็นปะการังเทียมก็จะมี โครงเหล็กโค้งที่แข็งแรง โครงรถยนต์เก่า ตู้รถไฟฟาเก่า เป็นต้น

รูปปะการังเทียม
ขอบคุณรูปจาก เกร็ดความรู้.net
รูปปะการังเทียมจากโครงรถยนต์
เกร็ดความรู้.net
รูปปะการังเทียมจากตู้รถไฟเก่า
เกร็ดความรู้.net

การสร้างปะการังเทียมลงไปไว้ในทะเล นอกจากจะเป็นการสร้างที่อยู่อาศัยในกับสัตว์ทะเลแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของปะการังและขยายการเกิดใหม่ของปะการังได้เป็นอย่างดี

ในปัจจุบันมีการส่งเสริมให้อนุรักษ์ธรรมชาติ การสร้างปะการังเทียมก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ได้ผลจริง รักโลกไปด้วยกันกับเรา

ขอบคุณบทความดีๆจากเว็บ www.เกร็ดความรู้.net

 

ขนรักแร้ทำให้มีกลิ่นตัวจริงหรือ??

กลิ่นตัวมักเป็นปัญหาโลกแตกกับทุกเพศทุกวัย

แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าหรือการที่มีกลิ่นตัวอาจเป็นเพราะขนรักแร้ วันนี้เรามีคำตอบลองตามไปดูกันเลย

เริ่มกันที่สาเหตุการเกิดกลิ่นตัว

ความเป็นจริงแล้วสาเหตุหลักๆ ที่ก่อนให้เกิดกลิ่นตัวเลยก็คือ เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวไว้รักแร้เป็นหนึ่งในอวัยวะที่ร้อนที่สุดในร่างกาย จึงทำให้บริเวณนี้ผลิตเหงื่อออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ และเพราะสาเหตุนี้เองที่เป็นแหล่งที่ทำให้แบคทีเรียจึงดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสารอาหารจากเหงื่อที่ถูกขับออกมา โดยธรรมชาติแล้วร่างกายมีต่อมที่สร้างเหงื่อด้วยกัน 2 ชนิด อย่างแรกคือ เคครีน แกลนด์ (Eccrene Glands)และ อะโพครีน (Apocrine)

– ต่อมเหงื่อ เคครีน แกลนด์ (Eccrene Glands) ต่อมชนิดนี้มีหน้าที่ในการผลิตเหงื่อเพื่อทำให้ร่างกายเย็นลงเช่น เวลาอากาศร้อน หรือขณะออกกำลังกาย แต่ว่าเหงื่อเคครีนนั้นทำให้ร่างกายมีกลิ่นได้ไม่มาก

– ต่อมเหงื่อ อะโพครีน (Apocrine)ซึ่งอะโพครีนนั้นเป็นเหงื่อที่ร่างกายผลิตออกมาใต้รักแร้หรือตามข้อพับต่างๆ เช่น ง่ามมือ ง่ามเท้า ซึ่งอะโพครีนนั้นมีโปรตีนะละไขมันเป็นส่วนประกอบผสมอยู่ และนั้นก็เป็นอาหารอย่างดีสำหรับเชื้อแบคทีเรีย และต่อมเหงื่อนี้เองจะส่งกลิ่นแรงกว่าชนิดแรก

ฉะนั้นนอกจากนี้เหงื่อทั้งสองชนิดที่ว่ามานั้นยังมีกรดแลคติคและกรดอยูเรียผสมอยู่ด้วย เมื่อทั้ง 4 อย่างนั้นผสมเข้ากันก็จะทำให้แบคทีเรียนั้นดำรงอยู่ได้แล้วก็สร้างกลิ่นที่รุนแรงหรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมาจากใต้วงแขนของเรานั้นเอง

สรุป ขนรักแร้ทำให้มีกลิ่นตัวกันจริงหรือ??

การมีขนรักแร้ไม่ได้มีผลต่อการเกิดกลิ่นตัวแต่อย่างใด แถมยังจะช่วยลดกลิ่นที่จะเกิดจากเหงื่อด้วยซ้ำ เพราะเหงื่อจะไปเกาะที่ขนรักแร้แทนที่จะเกาะบนผิวหนังจนก่อให้เกิดเเบททีเรีย สาเหตุของการเกิดกลิ่นกาย มาถึงตรงนี้ทุกคนคงรู็กันเเล้วใช้ไหมว่าการมีขนรักแร้ไม่ได้ส่งผลกับการมีกลิ่นตัวใดๆเลย

ขอบคุณข้อมูลบทความจากเว็บ www.kidteung.com