กระติกต้มน้ำร้อนต้มน้ำเดือดสะอาดแต่ห้ามใช้น้ำเก่าซ้ำอันตราย

 

การต้มน้ำร้อนในอุณหภูมิเดือดสูง นำมาซึ่งน้ำที่อยู่ในเกณท์สะอาดและปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในฐานความเข้าใจโดยปกติทั่วไปของคนส่วนใหญ่

โดยเฉพาะเมื่อเคยต้มน้ำไปแล้วและบริโภคไม่หมดคาค้างอยู่ในกระติก ก็มักเป็นที่เสียดายต้องการใช้ซ้ำและมักเป็นสิ่งที่น่าจะคาดคะเนไปว่าน้ำที่อยู่ข้างในซึ่งผ่านการต้มมาแล้วน่าจะสะอาดปลอดภัย

แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากเชื้อโรคต่างๆที่ถูกความร้อนฆ่าให้ตายได้แล้วนั้น ยังมีทั้งสารเคมีและเชื้อแบททีเรียอีกบางชนิดที่อยู่ในน้ำร้อนได้ กล่าวคือคล้ายๆกับกระแสภายหลังในช่วงเวลาหนึ่งที่ก่อนหน้านั้นบรรดา ลานเซนเตอร์หรือฟู๊ดคอดร์ต่างๆตามห้ามสรรพสินค้าเคยนิยม นำน้ำร้อนใส่ไว้ในหม้อต้มเดือดทิ้งไว้เพื่อให้ลูกค้านำภาชนะตักอาหารไปแช่ต้มเพื่อหวังฆ่าเชื้อ  แต่แท้จริงแล้วเมื่อในภายหลังมีการตรวจพบว่าเป็นอันตรายเป็นแหล่งหมักหมมเชื้อร้าย จึงได้เริ่มมีการถูกยกเลิกไป  ซึ่งในหลักการเดียวกันนี้สามารถนำมาใช้ระมัดระวังกับกรณีของน้ำร้อนค้างเก่าในกระติกต้มน้ำได้

ซึ่งนอกจากประเด็นในเรื่องของสารเคมี

และการละลายจากสารเคลือบต่างๆรวมถึงการหมักหมมของเชื้อโรคและเชื้อแบททีเรียแล้ว ยังมีประเด็นในเรื่องของการสั่งสมของตะกรันธาตุอีกด้วย ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าสามารถพบการจับผลึกจับตะกอน เกาะอยู่ภายในภาชนะต้ม ซึ่งนั่นคือปฏิกริยาการสั่งสมของไอออนของ ซิลเวอร์ไนเตรท ซึ่งเป็นสสารที่มีอยู่ในน้ำ และจะสามารถกลายสภาพจากอานุภาคของไอออนขยายกลายเป็น ซิลเวอร์ไนไตรท์ได้ในที่สุด ซึ่งเป็นสารที่เกิดโทษต่างๆให้แก่ร่างกายได้เช่น ภาวะการเกิดความระคายเคืองต่อเยื่อเมือกและทางเดินหายใจ

 ซึ่งกระบวนการผลกระทบเหล่านี้จะสามารถขยายอาการส่งผล

ไปกับอวัยวะในส่วนอื่นๆของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นดวงตา ประสาทเส้นเลือด สมองรวมไปถึงปอด  และไม่หยุดอยู่เท่านั้น ยิ่งเกิดการใช้ซ้ำๆมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่การได้มาของน้ำจากแหล่งต่างๆที่ไม่เหมือนกันจะส่งผลให้เกิดการตกผลึกของธาตุแบบใหม่ๆ และเกิดภาวะผสมผสาน หรือพูดง่ายๆนั่นก็คือกระติกต้มน้ำร้อนของเราจะมีสภาพกลายเป็นเสมือนเครื่องเล่นแร่แปรธาตุนั่นเอง

 และเป็นธาตุที่จะบ่อนทำลายร่างกายเราด้วยสารพัดแขนงใหม่ๆ

อีกทั้งแม้จะยังไม่เกิดการสั่งสมของแร่ธาตหรือสสารที่เป็นพิษภัย แต่ก็ยังสามารถเกิดกระบวนการสั่งสมของแร่ธาตปกติทั่วไปที่แม้ร่างกายจะรับได้  แต่ทว่าจะเกิดการสั่งสมอย่างเข้มข้นจนถึงจุดที่เกินขนาดปริมาณความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจนำมาได้ซึ่งภาวะการเจ็บป่วยได้หลายประเภท ต่ออวัยวะภายในและที่สำคัญส่งผลถึงระบบอวัยวะการกรองแร่ธาตุในร่างกายอย่างเช่นไตเป็นต้น หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วและปัญหาต่อระบบทางเดินปัสสาวะ  ดังนั้นแล้วหนทางการใช้กระติกต้มน้ำร้อนที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือการนำน้ำค้างเก่าเทออกทุกครั้งแล้วบรรจุน้ำใหม่ก่อนต้ม และควรมีรอบการทำความสะอาดตะกรันต่างๆอยู่บ่อยครั้งอย่างสม่ำเสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *